ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ตำนานทีมชาติอุรุกวัย ที่ยอมทำทุกอย่าง เพื่อพี่สาวที่ตนรัก

ประวัติ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ตำนานทีมชาติอุรุกวัย

ดิเอโก้ ฟอร์ลัน อีกหนึ่งสุดยอดดาวยิ่งที่มีผ้าคาดหัวเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็น ตำนานทีมชาติอุรุกวัย ที่ทำประตูมากมายให้ทั้งสโมสรและทีมชาติ จนได้รับรางวัลดาวยิงสูงสุดของยุโรป รวมถึงดาวซัลโวลของฟุตบอลโลกมาแล้ว ถึงแม้เขาจะประสบความสำเร็จในเส้นทางของนักฟุตบอลอาชีพ แต่นั่นก็ไม่ใช่กีฬาชนิดแรกที่เขาชื่นชอบ กลับเป็นกีฬา “เทนนิส” ที่เขาให้ความสนใจเป็นอันดับหนึ่ง แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาหันมาเล่นฟุตบอล วันนี้เราจะไปชมพร้อมๆ กัน


ดิเอโก้ ฟอร์ลัน กับ ครอบครัว

ครอบครัวลูกหนังของตำนานทีมชาติอุรุกวัย: ดิเอโก้ ฟอร์ลัน

ประเทศอุรุกวัย ตั้งอยู่ทางใต้ของละตินอเมริกา ซึ่งมีเพื่อนบ้านอย่าง บราซิล และ อาร์เจนตินา ซึ่งอุรุกวัยเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ 181,0341 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรเพียง 3.5 ล้านคน เท่านั้น ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ประเทศนี้ก็มีชื่อเสียงทางด้านฟุตบอลมานอย่างยาวนาน อย่างการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกปี 1930 ครั้งต่อมาในปี 1950 รวมถึงเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย และแชมป์โคปา อเมริกา 15 สมัย ด้วยกัน

ทีมชาติอุรุกวัย มีนักเตะจากตระกูล ฟอร์ลัน ถึง 3 รุ่น ซึ่งทั้ง 3 คน สามารถคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา ได้สำเร็จทุกคน ในส่วนของ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน มาคว้าได้ในปี 2011

“ตากับพ่อของผมก็เคยคว้าแชมป์ และตอนนี้ผมก็ทำได้สำเร็จเช่นกัน” ฟอร์ลันได้ให้สัมภาษณ์นัดที่พาทีมชาติปารากวัย 3-0 คว้าแชมป์สำหรับในปี2011

“ถ้วยรายการนี้ มีชื่อนักเตะตระกูลฟอร์ลันทั้ง 3 และจะอยู่ในประวัติศาสตร์ต่อไป”

ฮวน คาร์รอส โคราโซ เป็นคุณตาของฟอร์ลัน ที่อยู่ในทีมชาติอุรุกวัยยุคแรก สังกัดสโมสร อินดิเพนเดนเต้ ในช่วง 1930 และเป็นกุนซือทีมชาติในปี 1962 ทำให้ทีมได้สถิติไม่แพ้ติดต่อกัน 14 นัด ในปี 1967-68 ส่วน ปาโบล พ่อของเขา เล่นกับทีมชาติในช่วง 1966-74 ตำแหน่งแบ็คขวา รวมไปถึงการค้าเข้งกับทีมต่างๆ อย่าง เพนารอล, เซา เปาโล, ครูเซโร และ นาซิอองนาล จึงทำให้ ฟอร์ลัน เกิดมาในครอบครัวลูกหนังอย่างแท้จริง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะเลือกฟุตบอลเป็นอันดับแรก


เทนนิส กีฬาอันดับ 1 ของ ฟอร์ลัน

เทนนิส กีฬาอันดับ 1 ของ ฟอร์ลัน

เชื่อได้ว่าทุกคนนั้นรู้จักกับ ฟอร์ลัน จากกีฬาฟุตบอล ด้วยการที่ฟอร์มของเรานั้นสุดยอดจนโด่งดันไปทั่วโลก แต่สิ่งที่เขาชอบจริงๆ แล้วนั้น คือ “เทนนิส” ซึ่งเขาชอบมาตั้งแต่เด็กๆ และมีความตั้งในเป็นอย่างมาก ในตอนนั้นสนามเทนนิสแถบชานเมือง มอนเตวิเดโอ คือ คาร์ซัสโซ ลาน เทนนิส สมาคม ที่เขาได้ไปเล่นอยู่เป็นประจำ และได้เริ่มเรียนมันอย่างจริงจัง

“เขาอยู่ในสมาคมกับเราตั้งแต่อายุ 8 -16 ปี ดิเอโก้ นั้นชอบเทนนิสมากกว่าฟุตบอล ทำให้ไม่มีใครคาดคิดว่าเขา จะได้เป็นตำนานลูกหนังของอุรุกวัย” มิเกล โมไรรา ครูฝึกสอนเทนนิสในช่วงที่ ฟอร์ลัน อายุได้ 6-7 ปีกล่าวกับสื่อ

แต่ด้วยฟุตบอล เป็นกีฬาอันดับ 1 ของประเทศ จึงทำให้สมาคนแห่งนี้มีกีฬาทั้ง 2 ประเภท และเวลาไม่ตรงกัน จึงทำให้ ฟอร์ลัน ได้เล่นทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปได้ แต่ถึงอย่างนั้น เทนนิส ก็เป็นกีฬาที่เขาให้ความสนใจมากกว่า

“เขามักจะตีลูกกับกำแพงที่มีเป้าวงกลม ด้วยมือและขาทั้ง 2 ข้างของเขาอยู่เสมอ” มิเกล กล่าวต่อ

“ด้วยตารางเรียนที่มีเวลาไม่ตรงกัน เขาจึงเล่นกีฬาทั้ง 2 ชนิดได้ โดยที่เวลาไม่ชนกัน อย่างสนุกสนาน โดยไม่มีข้อผูกมัด” ฟอร์ลัน ได้สนุกกับเทนนิสที่เขาชอบ และเล่นฟุตบอลไปด้วยอยู่หลายปี จนมาวันหนึ่งที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล


ดิเอโก้ ฟอร์ลัน - อเลฮานดรา ฟอร์ลัน

เหตุการณ์ที่พลิกชีวิต ฟอร์ลัน

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นวันที่ 14 กันยายน 1994 เมื่อพี่สาวของเขา อเลฮานดรา ฟอร์ลัน วัย 17 ปี ที่นั่งรถมากับแฟนหนุ่ม หลังกลับจากงานปาร์ตี้ มันเป็นคืนที่ฝนตก จึงทำให้รถของพวกเขาเสียการควบคุม และเกิดอุบัติเหตุชนกับต้นปาล์ม “ตอนนั้นรถได้หมุนไปเรื่อยๆ ฉันได้แต่อ้อนวอนต่อพระเจ้า ว่าฉันยังไม่อยากตาย และอยากเจอครอบครัวอีกครั้งเพราะฉันรักพวกเขามาก” อเลฮานดรา ได้เผยถึงเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้น

จึงทำให้ กอนซาโล่ แฟนของพี่สาวเสียชีวิตทีนที แต่ อเลฮานดรา รอดมาได้ด้วยอาการโคม่า และพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลนาน 7 เดือน จากการที่เธอรอดมาได้ ต้องแลกกับการเป็นอัมพาตครึ่งตัวด้านล่าง และต้องนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดชีวิต

ในตอนนั้น ฟอร์ลัน เพิ่งจะอายุได้ 13 ปี มันทำให้เขาเจ็บปวดอย่างมาก และช่วงเวลานั้นที่ทำให้เขาต้องละทิ้งเทนนิส แล้วทันมาเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง เพื่อหาเงินรักษาพี่สาวสุดที่รัก

“คำแรกที่เขาบอกฉันตอนอยู่โรงพยาบาล คือ เขาต้องเป็นนักฟุตบอลที่โด่งดังและมีชื่อเสียงให้ได้ เพื่อหาเงินและหมอที่เก่งที่ในโลกให้กับฉัน” อเลฮานดรา กล่าว

“ผมพยายามบอกเพี่สาวเสมอว่า ผมจะต้องเป็นดาวดังให้ได้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นต่อจากนี้ของเธอ” ดิเอโก ฟอร์ลัน อธิบาย และนั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิตของ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ที่ทำให้เรารู้จักเขาในทุกวันนี้


ฟอร์ลัน อุรุกวัย

ฟอร์ลัน ทำทุกอย่างเพื่อพี่สาว

ด้วยสัญญาของเด็กอายุเพียง 13 ปี อาจจะมองว่าเป็นเพียงการให้กำลังใจพี่สาว และใครจะคิดว่าสัญญานั้นจะเป็นจริงได้ แต่เขาก็ทำมัน  โดยอย่างแรกต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ก่อน เขาให้เวลา 3 ปี ในการฝึกฝนฝีเท้าตัวเอง จนอายุ 16 ปี ได้บินมาที่ยุโรป เพื่อทดสอบฝีเท้ากับทีม นองซี ในลีกฝรั่งเศษ ในเวลา 5 เดือน ทำมีทักษะที่ดี และยิงประตูได้ไม่เป็นรองใคร แต่น่าเสียดายที่สโมสรแห่งนี้ไม่สามารถมอบสัญญาให้เขาได้

แต่ ฟอร์ลัน ก็ยังไม่ยอมแพ้ เข้ากลับมาอเมริกาใต้ และเข้าร่วมกับทีมเยาวชนของ อินดิเพนเดนเต้ ที่เป็นทีมเก่าของคุณตา ทั้งที่เขาสามารถเลือกทีมสโมสรบ้านเกิดได้แท้ๆ แต่เขาเลือกที่จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงจาก พ่อและตา ของเขา

จากนั้น 2 ปี เขาก้าวมาเป็นตัวจริงของทีมได้ ด้วยกันยิง 40 ประตู จาก 91 นัด ทำให้ชื่อของเขาดังไปไกลถึงฝั่งยุโรป และไปเข้าตาของ สตีฟ แม็คลาเรน กุนซือของ มิดเดิลสโบรช์  และตกลงค่าตัวกันที่ 6.9 ล้านปอนด์ ในระหว่างเดินทางมาอังกฤษ เพื่อเซ็นสัญญา เขากลับโดน ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชิงตัวไปในวินาทีสุดท้าย


ดิเอโก้ ฟอร์ลัน เซ็นต์สัญญา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ดิเอโก้ ฟอร์ลัน เซ็นต์สัญญา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

จากตอนนี้หลายคนคงทองออกว่าทำไม ฟอร์ลัน ถึงเลือก แมนยูฯ ถ้าไม่ใช่เรื่องเงินที่จะนำมารักษาพี่สาวของเขา ที่ได้สัญญาเอาไว้ และเขายังคงรักษาสัญญานั้น  “แมนยูฯ เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียง และอีกอย่างก็คือพวกเขาเสนอเงินให้ผมมากกว่า”  ฟอร์ลัน ได้กล่าวผ่านเว็บไซต์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลังจากที่เขาได้รับเงิน 1 ล้านปอนด์จากการย้ายทีม ก็โอนให้พ่อเพื่อนำไปรักษาและเป็นค่าดูแลพี่สาวเขาทันที แล้วยังได้ดัดแปลงบ้านที่เมือง แมนเชสเตอร์ เพื่อรองรับพี่สาว หากเธอมาเยี่ยมอีกด้วย  ในช่วงนั้นพี่สาวต้องเขาโรงพยาบาลบ่อยๆ เนื่องจากระบบหายใจมีปัญหา แต่ ฟอร์ลัน ก็โทรหาพี่สาวทุกวัน และไปเยี่ยมทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

แมนยูฯ - ฟอร์ลัน

ความล้มเหลวกับ แมนยูฯ ของ ฟอร์ลัน

ฟอร์ลัน ย้ายเข้ามาในฤดูกาล 2001-02 มาแทน แอนดี้ โคล ที่ย้ายไป แบล็คเบิร์น และ ดไวท์ ยอร์ด ที่กำลังจะไป มิดเดิลสโบรซ์ เขาได้ลงสนามหลังจากย้ายมาได้เพียง 1 สัปดาห์ จากการเปลี่ยนตัวใน 15 นาที สุดท้าย ก่อนจะได้ลงเป็นตัวจริง ที่ต้องรอมาถึงวันที่ 6 มีนาคม เขามีฟอร์มการเล่นที่ดี และทุ่มเทอย่างมาก แต่เยดายที่เขาจบสกอร์ไม่ได้เลยในฤดูกาลนั้น

ต่อมาในศึก พรีเมียร์ลีก เขาลงสนาม 13 นัด และศึก ยูฟ่า อีก 5 นัด แต่เขาก็ยังทำสกอร์ไม่ได้เช่นเคย ต่อมาในฤดูกาลหลัง เขาเบิกทางด้วยการยิงจุดโทษ ในเกมส์ แชมเปียนส์ลีก เดือนกันยา ปี 2002 และยิงประตูแรกในเกมส์ พรีเมียร์ลีก  ในเดือนต่อมา เข้าสู่ฤดูกาลที่ 2 เขายิง 9 ประตู จาก 45 นัดของทุกรายการ และ 8 ประตู จาก 32 นัด ในฤดูกาลที่ 3 ที่ทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก  และ เอฟเอคัพ ก่อนจะถูกขายให้ บียาร์เรอัล ในปี 2004-05 ด้วยค่าตัวเพียง 2.8 ลานปอนด์ จริงอยู่ที่ สกอร์ของเขาค่อนข้างต่ำ  เมื่อเทียบกับกองหน้าคนอื่นๆ แต่ในมุมเพื่อร่วมทีม เขานั้นเป็นที่รักและมีค่ามากกว่าตัวเลข ด้วยความขยันในสนามซ้อมและสนามจริง ที่เป็นยาประตุ้นชั้นดีสำหรับทีม

“โอเล กุนนาร์ โซลชา อดีตนักเตะแมนยู คู่หูของผม เขาเคยบอกกับผมว่า ผมฝึกหนักกว่านักเตะทุกคนที่เขาเคยเล่นด้วย” ฟอร์ลัน กล่าว

การฝึกหนักของเขา มันไม่ใช่เพื่อตัวของเขาเองเท่านั้น แต่มันยังมีคำสัญญาที่เคยลั่นวาจาเอาไว้กับพี่สาว ทำให้เขาเต็มที่ในทุกโอกาส เพื่อวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นนักเตะดังให้ได้

รอย คีน - ตำนานปีศาจแดง

“ดิเอโก้ ไม่เคยหยุดถ้ามีนักเตะคนอื่นพยายาม เขาจะทำมันไปด้วยกัน และเราพร้อมที่จะช่วยเขาอย่างเต็มที่” รอย คีน อดีตกัปตันทีมปีศาจแดงรำลึกเรื่องราวในอดีต

“ในการฝึกซ้อม หลายๆ คนอาจจะพูดว่า ไม่ไหวแล้ว ไว้พรุ่งนี้ดีกว่า แต่สำหรับฟอร์ลัน เขาจะพูดว่า ‘ต้องทำให้ได้และต้องดีกว่านี้”

ด้วยความสงสัยของผู้คน ว่าทำไม แมนยูฯ ถึงปล่อย ฟอร์ลัน ไป เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือของปีศาจแดงในตอนนั้นก็ออกมาไขข้อข้องใจว่ามันไม่ใช่เรื่องผลงานในสนาม

“เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับสมาชิกและสโมสรเลย อาจจะเป็นแค่การไม่ลงตัวในการเล่นกับ นิสเตลรอย ที่ไม่โอเคแค่นั้นเอง” เฟอร์กี้ กุนซือปีศาจแดง กล่าวในปี 2010ผ่านนิตยสาร Independent

“อีกส่วนคือพี่สาวของเขาที่อยู่สเปน และนั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ปล่อยตัวเขาไป แต่ข้อผิดพลาดคือเราอาจจะขายเขาในราคาที่ถูกเกินไป”

“เราโชคดีมากที่ได้เขามาร่วมทีม มีความเป็นมืออาชีพ มีความพยายาม พูดได้ถึง 5 ภาษา แถมยังเป็นนักเทสนิสที่ดีอีกด้วย”

หลังจากที่ย้ายออกจาก แมนยูฯ เขาก็ได้โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมที่สเปน และคว้าดาวซัลโวลยุโรปได้ถึง 2 ปี รวมถึงดาวซัลโวลฟุตบอลโลกปี 2010 ที่พาทีมอุรุกวัยเขาถึงรอบชิงชนะเลิศ   ที่ทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งทัวร์นาเมนต์ไปครอง และเป็นชาวอุรุกวัยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลนี้

ในปี 2018 ทางด้าน ฟอร์ลัน ได้เลือกที่จะยุติเส้นทางค้าแข้งของเอาไว้กับ สโฒสร คิตฉี รวมไปตลอดการได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาได้ทำประตูไปทั้งสิ้น 310 ประตูจากการลงเล่นทั้งหมด 637 นัด และได้รับการยกย่องให้เป็นนักฟุตบอลระดับตำนานของทีมชาติอุรุกวัย

“เขามีวินัยในการทำงานอย่างมาก และเขาไม่ลืมที่จะมีน้ำใจกับคน และที่สำคัญเขาไม่เคยอวดเก่งกับใครเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยม” อเลฮานดรา ได้กล่าวถึง ฟอร์ลัน


มูลนิธิ อเลฮานดรา ฟอร์ลัน

มูลนิธิ อเลฮานดรา ฟอร์ลัน

และในปี 2009 เขากับพี่สาวได้ตั้ง  “มูลนิธิ อเลฮานดราฟอร์ลัน”  ที่มีไว้รณรงค์ความเท่าเทียมกันและช่วยเหลือคนพิการ รวมไปถึงป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน เหมือนที่พี่สาวของเขาเคยประสบ ทำให้เราเห็นได้ว่า พี่สาวของ ฟอร์ลัน มีบทบาทในชีวิตของเขาแค่ไหน เธอได้เป็นแรงผลักดันให้เขาในยามท้อและลำบาก จนทำให้เด็กหนุ่มที่ชอบเทสนิส หันมาเป็นดาวดังในวงการฟุตบอลระกับโลกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

“ถ้าไม่มีพี่สาว ผมคงไม่มีวันนี้ เขาเป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้ผมตลอดมา เธอเป็นคนที่มีความพิเศษและจิตใจดีมาก แถมยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผมทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นตัวแทนของเธอในสนาม” ฟอร์ลัน กล่าวสัมภาษณ์ทิ้งท้าย

แต่มองในมุมกลับกัน เขาก็เป็นแรงกระตุ้นให้กับพี่สาว จากคำสัญญาของเด็กน้อยที่เคยให้ไว้ ทำให้ อเลฮานดรา มีแรงที่จะลุกขึ้นสู้ต่อไปกับชีวิต ถึงแม้ว่างร่างกายของเธอจะไม่เหมือนเมื่อก่อนก็ตาม เพราะเธอได้มีน้องชายที่สุดยอดอยู่เคียงข้างกาย และไม่อาจจะมีอะไรมาแทนที่ได้


อเลฮานดรา ได้กล่าวทิ้งท้ายให้กับ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ผู้ซึ่งเป็นน้องชายว่า “ฉันรู้สึกสนุกเวลาได้เห็นผลงานของเขา ฉันรู้ว่าเขาต้องทำงานหนักแค่ไหนเพื่อมาได้ถึงจุดนี้ เขาควรได้รับทุกความสำเร็จในโลกใบนี้ เวลาที่เขาวิ่ง เขากำลังทำมันเพื่อฉันเช่นกัน”

จากบทความนี้ทำให้หลายๆ คนได้รู้จักกับตำนานของอุรุกวัยคนนี้มากขึ้น และเขาคงเป็นแรงบัลดาลใจให้กับใครอีกหลายคนทั่วโลกอย่างแน่นอน แล้วบทความหน้าทีมงาน www.nova88-bet.com จะหาข่าวบอลคุณภาพมาให้ท่านได้อ่านกันใหม่ หากใครสนใจร่วมเป็นสมาชิกกับเราทักมาเลยที่

LINE: @IBCTHAI

CALL: 082-8899-894 ถึง 7 | 088-12345-06 ถึง 10